หลายคนที่ทำงานในออฟฟิศหรือเปิดร้านพิมพ์เอกสารคงเคยมีคำถามเดียวกันว่าหมึกเก่าที่หมดและกองอยู่ในลิ้นชักจะเอาไปไหนต่อ การโยนทิ้งไปเป็นทางลัดที่ง่ายแต่กลับสร้างผลเสียระยะยาว ทุกวันนี้ตลาดในไทยมีแหล่งรับตลับหมึกเก่ากระจายอยู่หลายช่องทาง ทั้งร้านที่หน้าร้านชัดเจน โรงงานรีไซเคิลใหญ่ และนายหน้าผ่านโซเชียลซึ่งให้ราคาและบริการต่างกันมาก บทความนี้จะพาไปดูวิธีคัดกรองและเทคนิคขายให้ได้คุ้มที่สุด
รู้จักประเภทของผู้รับซื้อก่อนตัดสินใจ
ตลาดในประเทศไทยเริ่มขยับตัวอย่างชัดเจนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทำให้ผู้รับซื้อแบ่งออกเป็นหลายระดับ ระดับแรกคือร้านขนาดเล็กที่เปิดตามหน้าตลาดหรือซอยในชุมชน รับสินค้าทุกประเภทรวมทั้งของใช้แล้ว ราคาที่ให้มักไม่สูงเพราะต้องส่งต่อให้รายใหญ่อีกที ระดับที่สองคือร้านเฉพาะทางที่เปิดเฉพาะหมึกพิมพ์อย่าง Bsunink ซึ่งจะรู้จักรหัสรุ่นและคุณค่าของแต่ละตลับอย่างละเอียด ราคาที่ให้จึงตรงตามมูลค่าจริง ระดับที่สามคือโรงงานรีไซเคิลที่รับซื้อในปริมาณมหาศาลและส่งออกไปยังประเทศปลายทางสำหรับแปรรูปกลับเป็นวัสดุใหม่ ระดับสุดท้ายคือนายหน้าตามกลุ่มในโซเชียลที่ไม่มีหน้าร้าน อาจให้ราคาสูงเป็นพิเศษเพื่อล่อลูกค้าแล้วเปลี่ยนเงื่อนไขภายหลังเมื่อของถึงมือ ผู้ขายที่ไม่เคยซื้อขายผ่านช่องทางนี้ควรระมัดระวังเป็นพิเศษและเลือกผู้รับซื้อที่ระบุที่อยู่ชัดเจนเสมอ การเข้าใจว่าตัวเองอยู่ระดับไหนช่วยให้เลือกได้ถูก ถ้ามีของไม่กี่ตลับการขายตามร้านชุมชนยังพอได้ แต่ถ้ามีมากกว่ายี่สิบตลับขึ้นไปการติดต่อร้านเฉพาะทางอย่าง แหล่งรับตลับหมึกเก่าที่มีระบบและมีหน้าร้านชัดเจนจะคุ้มกว่ามาก เพราะนอกจากเรทจะดีกว่าแล้วยังมีบริการรับถึงที่ฟรีในกรุงเทพและปริมณฑลซึ่งช่วยประหยัดทั้งเวลาและค่าขนส่ง การตัดสินใจจึงไม่ควรดูแค่ตัวเลขในประกาศ ต้องดูเงื่อนไขการรับของและความน่าเชื่อถือของผู้รับซื้อควบคู่ไปด้วยเสมอ ผู้ขายมือใหม่ที่ไม่เคยสำรวจตลาดอาจคิดว่าทุกร้านให้ราคาเท่ากัน แต่ในความเป็นจริงเรทอาจต่างกันถึงสามเท่าระหว่างร้านรับซื้อทั่วไปกับร้านที่เน้นหมึกพิมพ์โดยตรง โดยเฉพาะตลับเลเซอร์ของ Canon HP หรือ Brother ที่มีมูลค่าสูง การแยกแยะตั้งแต่ขั้นแรกว่าจะส่งของไปทางใดจึงเป็นการตัดสินใจที่กระทบกับเรทรวมโดยตรง อย่ามองข้ามการเช็คประวัติของผู้รับซื้อก่อนทำธุรกรรมเพราะนี่คือด่านที่ป้องกันการโดนกดราคาได้ดีที่สุดในตลาดของไทยเวลานี้ และยังเป็นจุดเริ่มของความสัมพันธ์ระยะยาวที่ทำให้ครั้งต่อ ๆ ไปขายได้สะดวกขึ้นมาก
เกณฑ์การให้ราคาและสิ่งที่ทำให้เรทขยับขึ้นหรือลง
ผู้รับซื้อส่วนใหญ่จะดูสามอย่างหลักก่อนเสนอราคา อย่างแรกคือสภาพภายนอกของตลับซึ่งรวมถึงรอยแตก รอยขีดบนหัวพิมพ์ ฉลากเดิม และความสะอาดของตัวเรือน ตลับที่ยังมีกล่องเดิม ฉลากครบ ไม่มีรอยเติมหมึกจะได้ราคาสูงกว่ามาก อย่างที่สองคือรุ่นและแบรนด์ ตลับเลเซอร์ของ Canon 325 326 337 ของ HP CF283 CF217 ของ Brother TN-2380 TN-2480 และของ Samsung MLT-D101 D111 จัดเป็นรุ่นยอดนิยมที่มีมูลค่ารับซื้อเป็นหลักร้อยถึงหลายร้อยบาทต่อหัว ขณะที่ตลับอิงค์เจ็ทขนาดเล็กของ HP 682 683 ของ Canon PG-810 CL-811 หรือของ Epson 664 003 008 จะอยู่ในช่วงสิบถึงแปดสิบบาท อย่างที่สามคือปริมาณที่ขายในครั้งเดียว ยอดส่งที่เกินยี่สิบตลับขึ้นไปมักได้เรทพิเศษและมีบริการรับถึงที่ฟรี ส่วนยอดเกินห้าสิบตลับยังได้สิทธิ์ส่งพัสดุฟรีทั่วประเทศจาก Bsunink อีกด้วย หากต้องการเข้าใจราคารายรุ่นแบบลึก แนะนำให้ดูตารางราคารับซื้อตลับหมึกที่อัพเดทตามตลาดจริง ส่วนปัจจัยที่อาจดึงราคาลงอย่างไม่คาดคิดได้แก่ การเติมหมึกซ้ำหลายรอบจนหัวพิมพ์เสื่อม การเก็บไว้นานจนชิปหมดอายุ หรือการถูกแกะออกแล้วประกอบกลับด้วยชิ้นส่วนปลอม ซึ่งล้วนทำให้ผู้รับซื้อต้องคัดออกหรือลดเรทมากเป็นพิเศษ การเก็บตลับเก่าไว้อย่างเป็นระเบียบในห้องที่ไม่ร้อนชื้น ปิดปากหัวพิมพ์ด้วยเทปกันแห้ง และเก็บกล่องเดิมไว้ จึงเป็นวิธีรักษามูลค่าที่ทำได้ทันทีโดยไม่ต้องลงทุนอะไรเพิ่มเลย ผู้ที่เริ่มเก็บอย่างเป็นระบบตั้งแต่ตอนเปลี่ยนใหม่จะได้เปรียบกว่าผู้ที่ปล่อยตลับเก่าให้กระจัดกระจายมาก เพราะของที่อยู่ในสภาพดีพร้อมรายการรุ่นจะถูกประเมินเรทได้แม่นยำกว่าและรวดเร็วกว่าหลายเท่า อีกปัจจัยหนึ่งที่หลายคนมองข้ามคือฤดูกาลของตลาด ช่วงปลายปีและต้นปีงบประมาณจะมีองค์กรเปลี่ยนเครื่องพิมพ์พร้อมกันจำนวนมาก ทำให้ความต้องการรีไซเคิลเพิ่มสูงและราคารับซื้อปรับขึ้นตามไปด้วย ผู้ที่จับจังหวะนี้ได้จะขายตลับเก่าได้ราคาดีขึ้นเฉลี่ยห้าถึงสิบเปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับช่วงกลางปี
ติดต่อแหล่งรับตลับหมึกเก่าและขั้นตอนการรับเงิน
การติดต่อแหล่งรับซื้อให้ได้ผลควรเริ่มจากการรวบรวมตลับให้ครบก่อนถ่ายภาพ เพราะภาพที่ชัดเจนช่วยให้ฝั่งผู้รับซื้อประเมินเรทเบื้องต้นได้ทันทีโดยไม่ต้องเดินทางมาดู ขั้นแรกแยกประเภทตลับเป็นกลุ่ม กลุ่มอิงค์เจ็ทเก็บแยกจากเลเซอร์ จากนั้นเรียงตามแบรนด์เพื่อให้นับง่าย เมื่อพร้อมแล้วก็ส่งภาพและรายการรุ่นเข้า Line @656tdzma หรือทักผ่านเพจ ฝั่งทีมงานของ Bsunink จะตอบกลับภายในไม่กี่ชั่วโมงพร้อมเสนอเรทรวม ถ้าตกลงเรทกันได้ก็นัดวันรับของ ของยอดเกินยี่สิบตลับในเขตกรุงเทพปริมณฑลจะมีรถเข้ารับถึงที่ฟรี ส่วนต่างจังหวัดสามารถส่งผ่านพัสดุได้ทุกบริษัทขนส่ง โดยทาง Bsunink จะหักค่าส่งให้เมื่อยอดเกินห้าสิบตลับ การจ่ายเงินทำผ่านโอนธนาคารภายในวันเดียวกันที่ของถึงและตรวจสภาพแล้ว ไม่มีระบบขายฝากหรือหักไว้ภายหลังให้ต้องตามทวง สิ่งที่ผู้ขายควรเตรียมเพิ่มเติมคือสำเนาบัตรประชาชนสำหรับยอดสูงที่ต้องออกใบรับซื้อตามกฎหมาย และเลขบัญชีที่ใช้รับโอน หากเป็นองค์กรหรือบริษัทที่ต้องใช้เอกสารหักภาษี ก็แจ้งไว้ตั้งแต่ตอนนัดรับเพื่อให้ทีมงานเตรียมเอกสารมาด้วย ทั้งหมดนี้ใช้เวลาเฉลี่ยไม่เกินสามวันนับจากวันที่ทักหา และไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝงใด ๆ ในกระบวนการรับซื้อแม้แต่บาทเดียว ผู้ที่เพิ่งขายครั้งแรกมักจะแปลกใจกับความรวดเร็วและความตรงไปตรงมาของระบบ ซึ่งต่างจากร้านชั่งกิโลทั่วไปที่กว่าจะได้เงินมักต้องรอเป็นสัปดาห์หรือถูกหักด้วยข้ออ้างเรื่องคุณภาพ การเลือกแหล่งรับตลับหมึกเก่าที่มีระบบชัดเจนจึงเป็นการประหยัดเวลาและรักษามูลค่าได้ในเวลาเดียวกัน หากต้องการแน่ใจว่าตัวเองได้ติดต่อกับผู้รับซื้อที่ถูกต้อง การตรวจสอบใบทะเบียนการค้าและรายชื่อในระบบของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเป็นขั้นตอนที่ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีแต่ช่วยกรองได้ทันที
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเลือกผู้รับซื้อ
ถาม จะรู้ได้อย่างไรว่าแหล่งรับซื้อนั้นเชื่อถือได้จริง ตอบว่าให้ดูประวัติการดำเนินงาน ระยะเวลาที่เปิดบริการ มีรีวิวจากลูกค้ารายอื่นในเพจหรือบนเว็บไซต์ มีหน้าร้านชัดเจน ติดต่อกลับได้ทุกช่องทาง และที่สำคัญคือกล้าให้เรทล่วงหน้าผ่านภาพถ่ายโดยไม่ต้องรอเห็นของจริงก่อน ร้านที่ไว้ใจได้จะมีระบบราคาที่โปร่งใสและพร้อมตอบทุกข้อสงสัยอย่างละเอียด ถาม ถ้ามีตลับเก่าแค่สิบกว่าตลับขายได้ไหม ตอบว่าได้ครับ ทาง Bsunink รับซื้อทุกจำนวน เพียงแต่ของยอดน้อยจะใช้วิธีส่งพัสดุมาเอง โดยทางร้านจะคำนวณค่าส่งให้ในใบเสนอเรท หากตกลงราคาก็ส่งของมาพร้อมเลขบัญชี เงินจะโอนคืนภายในวันที่ของถึง ถาม การเก็บตลับเก่ามีอายุไหม ตอบว่ามี ตลับอิงค์เจ็ทควรขายภายในหนึ่งถึงสองปีหลังหมด เพราะหัวพิมพ์จะแห้งและชิปอาจหมดอายุ ส่วนตลับเลเซอร์เก็บได้นานกว่าหลายปี เพราะเป็นผงคาร์บอนแห้งที่ไม่เสื่อมง่ายเหมือนของเหลว ถาม ราคารับซื้อในกรุงเทพและต่างจังหวัดต่างกันมากไหม ตอบว่าไม่ต่างกันมาก เพราะ Bsunink ใช้ระบบเรทกลางเดียวกันทั่วประเทศ ความต่างหลักอยู่ที่ค่าขนส่งซึ่งหักจากยอดรวมเท่านั้น ของยอดสูงเกินห้าสิบตลับยังได้สิทธิ์ส่งฟรี ถาม จำเป็นต้องเปิดบิลภาษีหรือไม่ ตอบว่าถ้าเป็นนิติบุคคลและต้องการเอกสารทางบัญชีก็แจ้งล่วงหน้าได้ ทางร้านมีระบบออกใบรับซื้อพร้อมหักภาษี ณ ที่จ่ายตามกฎหมาย ถาม จะหลีกเลี่ยงการโดนกดราคาอย่างไร ตอบว่าให้สอบถามอย่างน้อยสองถึงสามเจ้าก่อนตัดสินใจ ส่งภาพและรายการครบทุกที่ในเวลาเดียวกัน จากนั้นเปรียบเทียบเรทและบริการ การมีข้อมูลในมือก่อนเป็นภูมิคุ้มกันที่ดีที่สุดที่ผู้ขายจะมีได้ ถาม การคัดเลือกแหล่งรับตลับหมึกเก่าควรพิจารณาเรื่องสิ่งแวดล้อมไหม ตอบว่าควรพิจารณามาก เพราะร้านที่ใส่ใจการรีไซเคิลจริงจะส่งของไปยังโรงงานที่มีระบบจัดการอย่างถูกต้องตามมาตรฐาน ไม่ใช่แค่ทิ้งของเก่าให้กลายเป็นขยะอีเลคทรอนิคปกติ ผู้สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรีไซเคิลและการนำขยะกลับมาใช้ใหม่ในวิกิพีเดียเพื่อทำความเข้าใจระบบหมุนเวียนทรัพยากรในระดับโลกได้อีกทางหนึ่ง การเลือกร้านที่ทำตามมาตรฐานนี้จึงเป็นการสนับสนุนระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนของไทยให้แข็งแรงขึ้นในระยะยาว
บริการรับซื้อที่เกี่ยวข้องของ Bsunink
นอกจากบทความนี้ Bsunink ยังให้บริการรับซื้อตลับหมึกเก่าและเครื่องปริ้นที่ใช้แล้วทุกยี่ห้อทั่วประเทศ ลูกค้าในกรุงเทพและปริมณฑลสามารถดูบริการที่ รับซื้อตลับ Fuji Xerox รวมถึงบริการเฉพาะแบรนด์ที่ รับซื้อตลับ Ricoh หากต้องการดูราคารับซื้อทุกยี่ห้อในที่เดียว ดู เรทรับซื้อตลับหมึก ราคา ทุกการประเมินไม่มีค่าใช้จ่ายและทีมงานตอบกลับภายใน 1 ชั่วโมงในวันทำการ
คำถามที่พบบ่อย
ถาม: ทำตามขั้นตอนใช้เวลานานแค่ไหน
ตอบ: ขั้นตอนตามคู่มือใช้เวลา 5-15 นาที ขึ้นกับรุ่นเครื่องและประสบการณ์
ถาม: ถ้าทำตามขั้นตอนแล้วยังไม่ได้ผลทำยังไง
ตอบ: ลองทำซ้ำหลังพักเครื่อง 15-30 นาที หากยังไม่ดีให้ตรวจสอบหัวพิมพ์หรือซับหมึก หรือทักไลน์ Bsunink ให้คำแนะนำ
ถาม: ตลับที่ถอดออกแล้วขายได้ไหม
ตอบ: ขายได้ Bsunink รับซื้อตลับใช้แล้วทุกยี่ห้อในราคา 5-300 บาทต่อตลับตามสภาพและจำนวน
ถาม: ต้องใช้อุปกรณ์พิเศษไหม
ตอบ: ส่วนใหญ่ทำได้ด้วยมือเปล่า บางรุ่นต้องใช้ไขควงเล็กหรือสำลีก้านเช็ดหัวพิมพ์ ดูรายละเอียดในบทความ