เครื่องปริ้นฟ้องหมึกหมดทั้งที่เพิ่งเติมหมึกไป วิธีรีเซ็ตตลับหมึก Canonที่ใช้ได้กับเครื่องรุ่นบ้านส่วนใหญ่คือ กดปุ่ม Stop หรือปุ่ม Resume บนตัวเครื่องค้างไว้ประมาณห้าถึงสิบวินาทีขณะที่เครื่องกำลังฟ้องเตือน เครื่องจะปิดการตรวจระดับหมึกของตลับนั้นแล้วกลับมาพิมพ์ได้ตามปกติ ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งนาทีและไม่ต้องใช้โปรแกรมใดเพิ่ม อย่างไรก็ตามอาการฟ้องแต่ละแบบมีสาเหตุไม่เหมือนกัน บางรหัสแก้เองได้ทันที บางรหัสฝืนใช้ต่อแล้วเสี่ยงหัวพิมพ์เสีย บทความนี้จะพาไล่ทีละขั้นว่าอาการไหนควรทำอะไร พร้อมตารางรหัส Error ที่พบบ่อยให้เช็กได้ทันที
รีเซ็ตตลับหมึก Canon ต้องกดปุ่มอะไร แล้วทำตอนไหน?
ให้กดปุ่ม Stop ซึ่งเป็นปุ่มสามเหลี่ยมในวงกลมสีแดงส้มบนแผงเครื่อง หรือปุ่ม Resume ในรุ่นที่ใช้ชื่อนี้ ค้างไว้ห้าถึงสิบวินาที โดยต้องทำในจังหวะที่หน้าจอหรือไฟสถานะกำลังฟ้องเตือนหมึกหมดอยู่เท่านั้น เมื่อปล่อยปุ่มแล้วเครื่องจะยอมรับคำสั่งและเลิกฟ้องตลับนั้นทันที ถ้ากดตอนเครื่องอยู่ในสถานะปกติจะไม่เกิดผลอะไร นี่คือเหตุผลที่หลายคนกดแล้วรู้สึกว่าไม่ได้ผล ทั้งที่จริงแค่กดผิดจังหวะ
สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากกดคือเครื่องจะปิดฟังก์ชันตรวจระดับหมึกของตลับที่ฟ้องอยู่ ภาษาช่างเรียกว่าปิด ink level detection ตัวเครื่องจะเลิกนับปริมาณหมึกของตลับนั้นถาวรจนกว่าจะเปลี่ยนตลับใหม่ ผลข้างเคียงเดียวคือคอมพิวเตอร์จะไม่แสดงเปอร์เซ็นต์หมึกคงเหลือของตลับนั้นอีก ผู้ใช้ต้องคอยสังเกตความเข้มของงานพิมพ์เอง หากสีเริ่มจางหรือขาดเส้นแปลว่าหมึกใกล้หมดจริง ควรเติมหรือเปลี่ยนก่อนพิมพ์งานสำคัญ
สำหรับเครื่องตระกูล G Series ที่เป็นแท็งก์ในตัวอย่าง G1010 G2010 หรือ G3010 หลักการคล้ายกันแต่ใช้กับกรณีเครื่องเตือนว่าหมึกในแท็งก์ต่ำหลังเติมหมึกแล้ว ให้กดปุ่ม Resume ค้างประมาณห้าวินาทีเพื่อยืนยันกับเครื่องว่าเติมหมึกเต็มแล้ว ตัวนับระดับหมึกจะกลับมาเริ่มต้นใหม่ ส่วนใครที่ใช้ G2010 แล้วถึงรอบต้องเปลี่ยนตลับหัวพิมพ์ อ่านขั้นตอนละเอียดต่อได้ที่บทความเปลี่ยนตลับหมึก Canon G2010 พร้อมราคาหมึกแท้ ซึ่งอธิบายทั้งวิธีถอดใส่และข้อควรระวังไว้ครบ
มีข้อแตกต่างเล็กน้อยระหว่างรุ่นที่ควรรู้ เครื่องรุ่นเล็กที่ไม่มีจอแสดงผลจะสื่อสารผ่านไฟกะพริบ ให้นับจำนวนครั้งที่ไฟส้มกะพริบต่อรอบแล้วเทียบกับคู่มือ ส่วนรุ่นที่มีจอจะแสดงรหัสตรง ๆ อ่านง่ายกว่า แต่ปุ่มที่ใช้รีเซ็ตตลับหมึก Canon เป็นตำแหน่งเดียวกันแทบทุกรุ่น คือปุ่ม Stop บริเวณแผงควบคุมด้านบนของเครื่อง สังเกตจากสัญลักษณ์สามเหลี่ยมกลับหัวในวงกลม เมื่อจำตำแหน่งนี้ได้แล้ว การแก้อาการฟ้องหมึกหมดครั้งต่อไปจะใช้เวลาไม่ถึงนาที
ทำไมเพิ่งเติมหมึกไป เครื่องยังฟ้องว่าหมึกหมดอยู่?
เพราะเครื่องพิมพ์อิงก์เจ็ตไม่ได้วัดปริมาณหมึกในตลับตรง ๆ แต่ใช้ตัวนับในชิปของตลับคำนวณจากจำนวนหน้าที่พิมพ์ไปแล้ว เมื่อเราเติมหมึกเข้าไปใหม่ ตัวนับบนชิปยังจำค่าเดิมว่าหมึกหมด เครื่องจึงฟ้องต่อแม้ในตลับจะมีหมึกเต็ม การรีเซ็ตตลับหมึก Canon จึงเป็นการบอกเครื่องให้เลิกเชื่อตัวนับเก่า แล้วยอมให้พิมพ์ต่อด้วยหมึกที่เติมใหม่ได้ตามจริง
กลไกลักษณะนี้เป็นเรื่องปกติของเครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึกแทบทุกยี่ห้อ ไม่ใช่ความผิดปกติของเครื่องเรา หลักการทำงานของเครื่องพิมพ์แต่ละประเภทมีอธิบายไว้ในหน้าเครื่องพิมพ์ ในวิกิพีเดีย ซึ่งช่วยให้เห็นภาพว่าระบบตลับหมึกและหัวพิมพ์สัมพันธ์กันอย่างไร จุดที่ต้องระวังจริง ๆ มีอย่างเดียวคือ ห้ามปล่อยให้หัวพิมพ์ทำงานตอนไม่มีหมึกเหลืออยู่จริง เพราะหัวพิมพ์ที่พ่นแห้ง ๆ โดยไม่มีน้ำหมึกหล่อเลี้ยงจะร้อนจัดและไหม้ได้ ค่าซ่อมแพงกว่าค่าหมึกหลายเท่า
ดังนั้นก่อนกดรีเซ็ตทุกครั้ง ให้เช็กด้วยตาก่อนว่าในตลับหรือแท็งก์มีหมึกอยู่จริง กรณีตลับแบบหัวพิมพ์ในตัวอย่างรุ่น PG-745 หรือ CL-746 ที่เติมหมึกเอง ให้ดูว่าเติมแล้วหมึกซึมถึงฟองน้ำด้านในแล้วจริง ทิ้งไว้สักสิบห้านาทีให้หมึกกระจายตัวก่อนใส่กลับ ส่วนเครื่องแท็งก์ให้ดูระดับหมึกผ่านช่องใสข้างแท็งก์ ถ้ามีหมึกเกินครึ่งค่อยกดรีเซ็ตแล้วใช้งานต่อได้อย่างสบายใจ
Error Canon ตัวไหนแก้เองได้ ตัวไหนควรส่งช่าง?
รหัสที่เกี่ยวกับหมึกหมดและกระดาษติดแก้เองได้เกือบทั้งหมดภายในไม่กี่นาที ส่วนรหัสที่เกี่ยวกับซับหมึกเต็มหรือฮาร์ดแวร์ภายในควรให้ช่างจัดการ เพราะต้องใช้โปรแกรมเซอร์วิสเฉพาะทางในการเคลียร์ค่าและล้างระบบ ตารางด้านล่างสรุปรหัสที่ผู้ใช้ Canon รุ่นบ้านเจอบ่อยที่สุด พร้อมแนวทางเบื้องต้นของแต่ละตัว
| รหัส Error | ความหมาย | แก้เองได้ไหม | วิธีแก้เบื้องต้น |
|---|---|---|---|
| E03 | กระดาษติดหรือดึงกระดาษไม่ขึ้น | ได้ | นำกระดาษที่ติดออกช้า ๆ ตามแนวทางเดินกระดาษ แล้วสั่งพิมพ์ใหม่ |
| E04 / E05 | เครื่องไม่รู้จักตลับหมึกหรือใส่ไม่แน่น | ได้ | ถอดตลับออก เช็ดหน้าสัมผัสทองแดงด้วยผ้าแห้งสะอาด แล้วใส่ให้ล็อกสนิท |
| E13 / E16 | เครื่องตรวจว่าหมึกหมด มักเจอหลังเติมหมึก | ได้ | กดปุ่ม Stop หรือ Resume ค้าง 5-10 วินาทีขณะเครื่องฟ้อง |
| E08 | ซับหมึกใกล้เต็ม | ชั่วคราว | กด Stop ค้างเพื่อใช้งานต่อได้ระยะหนึ่ง แล้ววางแผนส่งล้างซับหมึก |
| 5B00 / P07 | ซับหมึกเต็ม เครื่องหยุดทำงาน | ไม่ได้ | ต้องใช้โปรแกรมเซอร์วิสเคลียร์ค่าและเปลี่ยนหรือล้างแผ่นซับ ควรส่งช่าง |
เกณฑ์ตัดสินใจง่าย ๆ คือดูค่าเสียเวลาเทียบกับอายุเครื่อง หากเครื่องอายุไม่เกินสามสี่ปีและอาการอยู่ในกลุ่มที่แก้เองได้ ทำตามตารางแล้วใช้ต่อได้คุ้มแน่นอน แต่หากเป็นรหัสซับหมึกเต็มในเครื่องอายุมาก ค่าบริการล้างระบบอาจใกล้เคียงราคาเครื่องใหม่ หลายคนจึงเลือกเปลี่ยนเครื่องแทน ซึ่งตลับหมึกแท้ที่ยังไม่หมดอายุและยังไม่แกะกล่องของเครื่องเดิมไม่จำเป็นต้องทิ้ง สามารถขายตลับหมึกเก่าให้ร้านรับซื้อเปลี่ยนเป็นเงินได้ ทั้งแบบขายเดี่ยวและเหมายกล็อตจากสำนักงาน
อีกทางเลือกที่ช่วยยืดอายุซับหมึกคือปรับพฤติกรรมการใช้งานเล็กน้อย เช่น ไม่สั่งล้างหัวพิมพ์ถี่เกินจำเป็น เพราะทุกครั้งที่ล้างหัวพิมพ์เครื่องจะดูดหมึกจำนวนมากลงแผ่นซับโดยตรง และควรพิมพ์งานอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งเพื่อไม่ให้หมึกแห้งคาหัวจนต้องล้างใหญ่ วิธีนี้ทั้งประหยัดหมึกและทำให้ซับหมึกเต็มช้าลงอย่างเห็นผลจริงในการใช้งานระยะยาว
สุดท้ายสำหรับสำนักงานที่มีเครื่องพิมพ์หลายตัว แนะนำให้จดบันทึกไว้ว่าเครื่องไหนเคยกดปิดการตรวจหมึกไปแล้วบ้าง เพราะเครื่องเหล่านั้นจะไม่แจ้งเตือนล่วงหน้าอีก ผู้ดูแลควรตั้งรอบเช็กระดับหมึกด้วยตาเป็นประจำ เช่น ทุกต้นสัปดาห์ เพื่อไม่ให้เครื่องหมึกหมดกลางคันตอนงานเร่ง วิธีจัดการเชิงระบบแบบนี้ช่วยลดทั้งงานซ่อมและงบหมึกสำรองได้จริงเมื่อใช้เครื่องจำนวนมากพร้อมกัน
คำถามที่พบบ่อยเรื่องรีเซ็ตตลับหมึกและ Error ของ Canon
ถาม: กด Stop ค้างแล้วเครื่องยังฟ้องเหมือนเดิม ทำอย่างไรต่อ?
ตอบ: เช็กสามอย่างตามลำดับ หนึ่ง กดค้างนานพอหรือยัง ควรถึงสิบวินาทีในบางรุ่น สอง กดตอนเครื่องกำลังฟ้อง Error อยู่หรือไม่ เพราะกดตอนสถานะปกติจะไม่มีผล สาม อาการที่ฟ้องใช่เรื่องหมึกหมดจริงไหม หากเป็นรหัสกลุ่มซับหมึกเต็มอย่าง 5B00 การกดปุ่มจะไม่ช่วย ต้องใช้โปรแกรมเซอร์วิสของช่างเท่านั้น
ถาม: รีเซ็ตตลับหมึก Canon แล้วเปอร์เซ็นต์หมึกไม่ขึ้น ผิดปกติไหม?
ตอบ: ไม่ผิดปกติ เป็นผลโดยตรงของการปิดการตรวจระดับหมึก เครื่องจะเลิกรายงานปริมาณหมึกของตลับนั้นจนกว่าจะใส่ตลับใหม่ ให้สังเกตคุณภาพงานพิมพ์แทน ถ้าสีซีดหรือขาดเส้นเมื่อไรค่อยเติมหมึกหรือเปลี่ยนตลับ
ถาม: ปิดการตรวจหมึกแล้วจะทำให้เครื่องพังไหม?
ตอบ: ตัวคำสั่งไม่ได้ทำให้เครื่องพัง ความเสี่ยงเดียวคือการฝืนพิมพ์ตอนหมึกหมดจริง ซึ่งทำให้หัวพิมพ์ไหม้ได้ ดังนั้นเช็กหมึกด้วยตาก่อนรีเซ็ตทุกครั้ง และอย่าปล่อยให้ตลับหรือแท็งก์แห้งสนิทระหว่างใช้งาน เท่านี้ก็ใช้เครื่องต่อได้ยาว ๆ อย่างปลอดภัย
ถาม: ตลับที่เติมหมึกเองหลายรอบ ควรเลิกใช้เมื่อไร?
ตอบ: สังเกตจากงานพิมพ์เป็นหลัก เมื่อเริ่มมีเส้นขาว สีเพี้ยน หรือเว้นวรรคตัวอักษรทั้งที่ล้างหัวพิมพ์แล้ว แปลว่าหัวพ่นของตลับเสื่อมสภาพ ควรเปลี่ยนตลับใหม่ เพราะฝืนใช้ต่อจะเปลืองทั้งหมึกและเวลาโดยได้งานที่ไม่ผ่านมาตรฐาน
ถาม: มีตลับหมึกแท้เหลือจากเครื่องเก่าที่เลิกใช้ ทำอย่างไรดี?
ตอบ: หากยังไม่แกะกล่องและยังไม่หมดอายุ นำไปขายให้ร้านรับซื้อตลับหมึกได้ราคาดีกว่าปล่อยทิ้งไว้จนเสื่อม ร้านรับซื้อมาตรฐานจะประเมินราคาตามรุ่น สภาพกล่อง และวันหมดอายุ ยิ่งขายเร็วยิ่งได้ราคาสูง และช่วยลดขยะอิเล็กทรอนิกส์ไปพร้อมกัน
ข้อมูลตรวจสอบโดยทีม Bsunink · อัปเดต กรกฎาคม 2569