หลายคนตัดสินใจซื้อเครื่องพิมพ์โดยดูที่ราคาเครื่องเป็นหลัก แต่ต้นทุนที่แท้จริงของเครื่องพิมพ์ในระยะยาวอยู่ที่ค่าหมึก ค่ากระดาษ และค่าบำรุงรักษามากกว่าราคาเครื่องเริ่มต้น ผู้ใช้องค์กรในไทยที่บริหารงบประมาณวัสดุสำนักงานอย่างจริงจังจะคำนวณต้นทุนรวมต่อหน้าและต่อปีก่อนตัดสินใจซื้อเครื่องใหม่เสมอ บทความนี้พาไปดูวิธีคำนวณและข้อมูลตลาดที่ผู้ใช้ในไทยควรรู้เพื่อเลือกเครื่องที่คุ้มที่สุดในระยะยาว
โครงสร้างค่าใช้จ่ายเครื่องพิมพ์ในออฟฟิศไทย
ต้นทุนที่ผู้ใช้ต้องจ่ายเมื่อใช้เครื่องพิมพ์แบ่งออกเป็นห้าส่วน ส่วนแรกคือราคาเครื่อง ผู้ใช้จ่ายเพียงครั้งเดียวเมื่อซื้อ เครื่องอิงค์เจ็ทพื้นฐานเริ่มที่สามพันบาท เครื่อง Ink Tank อย่าง Canon G2010 อยู่ที่สี่พันบาท เครื่องเลเซอร์ขาวดำเริ่มที่หกพันบาท เครื่องเลเซอร์สีเริ่มที่หนึ่งหมื่นห้าพันบาท ราคาเริ่มต้นที่ดูแพงในตอนแรกอาจคุ้มกว่าในระยะยาวถ้าต้นทุนต่อหน้าต่ำกว่า ส่วนที่สองคือค่าหมึกหรือผงโทเนอร์ที่เป็นต้นทุนหลักของการใช้งาน ในเครื่อง Tank ค่าหมึกต่อหน้าอยู่ที่สามถึงห้าสตางค์ ในเครื่องเลเซอร์อยู่ที่หนึ่งถึงสองบาท ในเครื่องอิงค์เจ็ทแบบดั้งเดิมอยู่ที่สองถึงสามบาทต่อหน้า ส่วนที่สามคือค่ากระดาษที่ใช้พิมพ์ กระดาษ A4 คุณภาพมาตรฐานอยู่ที่ร้อยถึงสองร้อยห้าสิบบาทต่อรีม 500 แผ่น คิดเป็นยี่สิบสตางค์ถึงห้าสิบสตางค์ต่อหน้า ส่วนที่สี่คือค่าไฟฟ้าที่เครื่องใช้ในการพิมพ์และการรอ ค่าไฟต่อหน้าเฉลี่ยอยู่ที่สิบสตางค์สำหรับเครื่องอิงค์เจ็ทและยี่สิบสตางค์สำหรับเครื่องเลเซอร์ ส่วนที่ห้าคือค่าบำรุงรักษาและซ่อม ค่าซ่อมหัวพิมพ์เครื่องอิงค์เจ็ทอยู่ที่สองถึงสามพันบาท ค่าเปลี่ยนดรัมเครื่องเลเซอร์อยู่ที่สามถึงห้าพันบาท ค่าเปลี่ยนชุดฟิวเซอร์อยู่ที่สี่ถึงเจ็ดพันบาท ค่าเฉลี่ยรายปีอยู่ที่ห้าร้อยถึงสองพันบาทตามประเภทเครื่อง การคำนวณต้นทุนรวมต่อปีสำหรับออฟฟิศที่พิมพ์ห้าพันหน้าต่อเดือนคือหกหมื่นหน้าต่อปี ค่าหมึกของเครื่อง Tank อยู่ที่สามพันบาทต่อปี ของเครื่องเลเซอร์อยู่ที่หกหมื่นถึงหนึ่งแสนสองหมื่นบาทต่อปี ของเครื่องอิงค์เจ็ทดั้งเดิมอยู่ที่หนึ่งแสนสองหมื่นถึงหนึ่งแสนแปดหมื่นบาทต่อปี ความแตกต่างของต้นทุนหมึกในระยะยาวมีนัยสำคัญและเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการเลือกเครื่อง
วิธีคำนวณต้นทุนที่แท้จริงของเครื่องพิมพ์ในรอบสามปี
การคำนวณต้นทุนรวมในรอบสามปีช่วยให้เห็นภาพชัดที่สุดในการเปรียบเทียบเครื่องระหว่างรุ่น สูตรคำนวณคือราคาเครื่องบวกค่าหมึกในสามปีบวกค่ากระดาษบวกค่าไฟฟ้าบวกค่าบำรุงรักษาเฉลี่ย ตัวอย่างเครื่อง Canon G2010 ราคาเริ่มต้น 4,000 บาท พิมพ์ห้าพันหน้าต่อเดือนใช้หมึก 0.04 บาทต่อหน้า สามปีคือ 180,000 หน้า ค่าหมึก 7,200 บาท ค่ากระดาษ 36,000 บาทที่ 0.2 บาทต่อหน้า ค่าไฟ 18,000 บาท ค่าบำรุงรักษา 1,500 บาท รวมต้นทุนสามปี 66,700 บาท คิดเป็น 0.37 บาทต่อหน้า เครื่อง HP LaserJet ราคาเริ่มต้น 8,000 บาท ใช้หมึก 1.5 บาทต่อหน้า สามปีคือ 180,000 หน้า ค่าหมึก 270,000 บาท ค่ากระดาษ 36,000 บาท ค่าไฟ 36,000 บาท ค่าบำรุงรักษา 4,500 บาท รวมต้นทุนสามปี 354,500 บาท คิดเป็น 1.97 บาทต่อหน้า เครื่อง Brother MFC อิงค์เจ็ทดั้งเดิมที่ราคาเริ่มต้น 5,500 บาท ใช้หมึก 2.5 บาทต่อหน้า สามปีคือ 180,000 หน้า ค่าหมึก 450,000 บาท ค่ากระดาษ 36,000 บาท ค่าไฟ 18,000 บาท ค่าบำรุงรักษา 3,000 บาท รวมต้นทุนสามปี 512,500 บาท คิดเป็น 2.85 บาทต่อหน้า ผลการคำนวณเห็นได้ชัดว่าเครื่อง G2010 คุ้มที่สุดสำหรับการพิมพ์ดำขาวปริมาณมาก แม้ราคาเครื่องต่ำกว่าเล็กน้อยแต่ต้นทุนต่อหน้าต่ำกว่ามาก สำหรับงานพิมพ์สีคุณภาพสูงเครื่อง Tank ก็ยังคุ้มกว่าเครื่องอิงค์เจ็ทดั้งเดิมในกรอบเดียวกัน การลดต้นทุนต้นทุนที่แท้จริงของเครื่องพิมพ์ในระยะยาวจึงเริ่มต้นจากการเลือกระบบเครื่องที่เหมาะกับลักษณะงาน ผู้ใช้องค์กรที่พิมพ์เอกสารดำขาวปริมาณมากควรพิจารณาเครื่อง Tank เป็นอันดับแรก
วิธีลดต้นทุนการใช้งานในระยะยาว
นอกจากการเลือกเครื่องที่เหมาะ มีหลายวิธีที่ช่วยลดต้นทุนการใช้งานในระยะยาว วิธีแรกคือใช้โหมด Draft สำหรับเอกสารร่างที่ไม่ต้องการคุณภาพสูง โหมดนี้ใช้หมึกประมาณห้าสิบเปอร์เซ็นต์ของโหมดปกติ ผู้ใช้ที่ตั้งค่าโรงไดรเวอร์ให้พิมพ์ Draft เป็นค่าเริ่มต้นสำหรับเอกสารภายในจะประหยัดได้สามสิบเปอร์เซ็นต์ของต้นทุนหมึกรายเดือน วิธีที่สองคือพิมพ์ทั้งสองหน้ากระดาษสำหรับเอกสารที่ไม่ต้องส่งให้ลูกค้า เครื่องส่วนใหญ่มีฟังก์ชันนี้ในเมนูพิมพ์ การพิมพ์ทั้งสองหน้าลดต้นทุนกระดาษได้ห้าสิบเปอร์เซ็นต์ทันที วิธีที่สามคือใช้หมึกดำเฉพาะเมื่อพิมพ์เอกสารดำขาว เครื่องบางรุ่นจะใช้หมึกสีผสมเมื่อพิมพ์ตัวอักษรดำเพื่อให้ดำลึก แต่นี่เป็นการสิ้นเปลืองหมึกสีโดยไม่จำเป็น การตั้งค่าให้ใช้หมึกดำอย่างเดียวประหยัดหมึกสีได้สิบถึงยี่สิบเปอร์เซ็นต์ วิธีที่สี่คือสั่งซื้อหมึกในยอดเกินเกณฑ์ส่งฟรี ผู้ใช้ที่สั่งจาก Bsunink เกินยี่สิบตลับในกรุงเทพและปริมณฑลรับฟรีถึงที่ ยอดเกินห้าสิบตลับส่งพัสดุฟรีทั่วประเทศ การวางแผนยอดให้ถึงเกณฑ์ประหยัดค่าจัดส่งเฉลี่ยสองร้อยถึงห้าร้อยบาทต่อรอบ วิธีที่ห้าคือเทิร์นตลับเก่าทุกครั้งที่ใช้หมด Bsunink รับซื้อตลับเก่าในเรทที่กำหนดและให้เครดิตในการสั่งตลับใหม่ การเทิร์นช่วยลดต้นทุนตลับใหม่ลงเฉลี่ยสิบถึงยี่สิบเปอร์เซ็นต์ของยอดรวม วิธีที่หกคือบำรุงรักษาเครื่องเป็นประจำ ทำความสะอาดหัวพิมพ์ทุกเดือน เปลี่ยนตัวกรองอากาศตามคู่มือ และรักษาอุณหภูมิห้องที่เก็บเครื่องไม่ให้ร้อนเกิน การบำรุงรักษาที่ถูกวิธียืดอายุเครื่องและลดค่าซ่อมในระยะยาว วิธีที่เจ็ดคือฝึกอบรมผู้ใช้ในออฟฟิศให้รู้จักการใช้เครื่องอย่างประหยัด คู่มือการใช้งานที่ดีและสั้นสามารถลดต้นทุนรายเดือนได้ยี่สิบเปอร์เซ็นต์โดยไม่กระทบกับคุณภาพงาน ผู้ใช้องค์กรที่นำวิธีเหล่านี้ไปใช้พร้อมกันสามารถลดต้นทุนการพิมพ์ในระยะยาวได้สี่สิบถึงห้าสิบเปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับการใช้แบบไม่มีระบบ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการวิเคราะห์ต้นทุน
ถาม ต้นทุนที่แท้จริงของเครื่องพิมพ์ในไทยคำนวณยากไหม ตอบว่าไม่ยาก ใช้สูตรพื้นฐานคือราคาเครื่องบวกค่าหมึกในระยะเวลาที่ใช้บวกค่ากระดาษและค่าไฟ ผู้ใช้สามารถใช้ Excel หรือ Google Sheets สร้างตารางเปรียบเทียบในเวลาประมาณสิบนาทีต่อรุ่น ถาม เครื่องอะไรในตลาดไทยที่มีต้นทุนต่อหน้าต่ำที่สุด ตอบว่าเครื่อง Ink Tank ของ Canon Epson HP และ Brother มีต้นทุนต่อหน้าต่ำที่สุดที่สามถึงห้าสตางค์สำหรับการพิมพ์ดำขาว Canon G2010 และ Epson L3210 เป็นรุ่นยอดนิยมในตลาดที่ผู้ใช้ในไทยใช้กันมาก ถาม การเปลี่ยนจากเครื่องเลเซอร์มาเครื่อง Tank คุ้มไหม ตอบว่าคุ้มสำหรับการพิมพ์ดำขาวปริมาณมาก เพราะต้นทุนต่อหน้าต่ำกว่าครึ่ง ผู้ใช้ที่พิมพ์เกินสามพันหน้าต่อเดือนคืนทุนค่าเปลี่ยนเครื่องในระยะเวลาไม่เกินหกเดือน ถาม ผู้ใช้ที่พิมพ์น้อยควรเลือกเครื่องอะไร ตอบว่าเครื่องอิงค์เจ็ทพื้นฐานหรือเครื่อง Tank ราคาเริ่มต้น ผู้พิมพ์น้อยกว่าห้าร้อยหน้าต่อเดือนไม่จำเป็นต้องลงทุนกับเครื่องเลเซอร์ที่ราคาสูง ผู้ใช้ที่บ้านที่พิมพ์ไม่กี่หน้าต่อสัปดาห์มักเลือกเครื่องอิงค์เจ็ทเริ่มต้น ถาม หมึกเทียบเท่าหรือรีเมดลดต้นทุนได้แค่ไหน ตอบว่าได้สามสิบถึงห้าสิบเปอร์เซ็นต์ของราคาตลับแท้ แต่ต้องเลือกจากโรงงานที่ได้มาตรฐาน ISO เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาคุณภาพและประกัน ถาม การคำนวณต้นทุนรวมควรรวมค่าซ่อมที่อาจเกิดในอนาคตด้วยไหม ตอบว่าควร เพราะค่าซ่อมเครื่องพิมพ์ในระยะสามปีอาจสูงถึงสิบเปอร์เซ็นต์ของราคาเครื่องเริ่มต้น การประมาณค่าซ่อมเฉลี่ยช่วยให้การเปรียบเทียบเครื่องระหว่างรุ่นแม่นยำขึ้น ผู้สนใจอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการบริหารต้นทุนรวมในเชิงธุรกิจสามารถดูได้ที่บทความเรื่องต้นทุนรวมในการครอบครองในวิกิพีเดียที่อธิบายแนวคิด TCO ในมุมกว้างของการลงทุนในอุปกรณ์การเปลี่ยนแปลงในตลาดเครื่องพิมพ์ในไทยช่วงห้าปีหลังนี้สะท้อนให้เห็นว่าผู้ใช้ตื่นตัวเรื่องความคุ้มค่าและความยั่งยืนของวัสดุมากขึ้นอย่างชัดเจน ผู้ใช้ที่ลงทุนเวลาเรียนรู้เรื่องนี้อย่างจริงจังจะได้ผลตอบแทนกลับมาในรูปแบบของการประหยัดต้นทุนและคุณภาพงานพิมพ์ที่คงที่ในระยะยาว การติดตามข้อมูลข่าวสารและราคาตลาดจากแหล่งที่ไว้ใจได้เป็นวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยให้ผู้ใช้ตัดสินใจได้แม่นยำกว่าผู้ที่อาศัยเพียงคำแนะนำจากร้านขายเพียงร้านเดียว การวางแผนสต็อกวัสดุสำนักงานล่วงหน้าตลอดทั้งปีช่วยให้ธุรกิจในไทยลดความเสี่ยงในวันที่ตลาดมีการขึ้นลงผิดปกติ ทำให้งานเอกสารดำเนินต่อไปได้โดยไม่สะดุด การเลือกใช้บริการจากผู้ขายที่มีระบบโปร่งใสและมีระบบรับประกันชัดเจน ช่วยให้ผู้ใช้มีความมั่นใจมากขึ้นเมื่อต้องจัดซื้อวัสดุสำนักงานในจำนวนมาก ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนในไทยกำลังเติบโตอย่างน่าสนใจ ผู้ใช้ที่เข้าร่วมในระบบนี้จะมีบทบาทสำคัญในการสร้างความยั่งยืนให้กับสังคมในระยะยาว ความรู้พื้นฐานเรื่องการดูแลและเลือกซื้อวัสดุพิมพ์เป็นทักษะที่ทุกองค์กรควรมี เพราะเป็นต้นทุนที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ทุกเดือนและสะสมเป็นยอดที่สูงในระยะยาว การเปลี่ยนแปลงในตลาดเครื่องพิมพ์ในไทยช่วงห้าปีหลังนี้สะท้อนให้เห็นว่าผู้ใช้ตื่นตัวเรื่องความคุ้มค่าและความยั่งยืนของวัสดุมากขึ้นอย่างชัดเจน ผู้ใช้ที่ลงทุนเวลาเรียนรู้เรื่องนี้อย่างจริงจังจะได้ผลตอบแทนกลับมาในรูปแบบของการประหยัดต้นทุนและคุณภาพงานพิมพ์ที่คงที่ในระยะยาว การติดตามข้อมูลข่าวสารและราคาตลาดจากแหล่งที่ไว้ใจได้เป็นวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยให้ผู้ใช้ตัดสินใจได้แม่นยำกว่าผู้ที่อาศัยเพียงคำแนะนำจากร้านขายเพียงร้านเดียว การวางแผนสต็อกวัสดุสำนักงานล่วงหน้าตลอดทั้งปีช่วยให้ธุรกิจในไทยลดความเสี่ยงในวันที่ตลาดมีการขึ้นลงผิดปกติ ทำให้งานเอกสารดำเนินต่อไปได้โดยไม่สะดุด การเลือกใช้บริการจากผู้ขายที่มีระบบโปร่งใสและมีระบบรับประกันชัดเจน ช่วยให้ผู้ใช้มีความมั่นใจมากขึ้นเมื่อต้องจัดซื้อวัสดุสำนักงานในจำนวนมาก ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนในไทยกำลังเติบโตอย่างน่าสนใจ ผู้ใช้ที่เข้าร่วมในระบบนี้จะมีบทบาทสำคัญในการสร้างความยั่งยืนให้กับสังคมในระยะยาว ความรู้พื้นฐานเรื่องการดูแลและเลือกซื้อวัสดุพิมพ์เป็นทักษะที่ทุกองค์กรควรมี เพราะเป็นต้นทุนที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ทุกเดือนและสะสมเป็นยอดที่สูงในระยะยาว การเปลี่ยนแปลงในตลาดเครื่องพิมพ์ในไทยช่วงห้าปีหลังนี้สะท้อนให้เห็นว่าผู้ใช้ตื่นตัวเรื่องความคุ้มค่าและความยั่งยืนของวัสดุมากขึ้นอย่างชัดเจน ผู้ใช้ที่ลงทุนเวลาเรียนรู้เรื่องนี้อย่างจริงจังจะได้ผลตอบแทนกลับมาในรูปแบบของการประหยัดต้นทุนและคุณภาพงานพิมพ์ที่คงที่ในระยะยาว การติดตามข้อมูลข่าวสารและราคาตลาดจากแหล่งที่ไว้ใจได้เป็นวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยให้ผู้ใช้ตัดสินใจได้แม่นยำกว่าผู้ที่อาศัยเพียงคำแนะนำจากร้านขายเพียงร้านเดียว การวางแผนสต็อกวัสดุสำนักงานล่วงหน้าตลอดทั้งปีช่วยให้ธุรกิจในไทยลดความเสี่ยงในวันที่ตลาดมีการขึ้นลงผิดปกติ ทำให้งานเอกสารดำเนินต่อไปได้โดยไม่สะดุด
บริการรับซื้อที่เกี่ยวข้องของ Bsunink
นอกจากบทความนี้ Bsunink ยังให้บริการรับซื้อตลับหมึกเก่าและเครื่องปริ้นที่ใช้แล้วทุกยี่ห้อทั่วประเทศ ลูกค้าในกรุงเทพและปริมณฑลสามารถดูบริการที่ รับซื้อตลับหมึกเก่า กรุงเทพ รวมถึงบริการเฉพาะแบรนด์ที่ รับซื้อตลับ ชลบุรี EEC หากต้องการดูราคารับซื้อทุกยี่ห้อในที่เดียว ดู รับซื้อตลับ Lexmark ทุกการประเมินไม่มีค่าใช้จ่ายและทีมงานตอบกลับภายใน 1 ชั่วโมงในวันทำการ
คำถามที่พบบ่อย
ถาม: ขายตลับหมึกใช้แล้วได้ไหม
ตอบ: ขายได้ทุกตลับและทุกยี่ห้อ Bsunink รับซื้อในราคา 5-300 บาทต่อตลับตามรุ่นและสภาพ
ถาม: ทักไลน์ Bsunink รอเรทนานแค่ไหน
ตอบ: ทีมงานตอบกลับเรทประเมินภายใน 1 ชั่วโมงในวันทำการ ไม่มีค่าใช้จ่ายในการประเมิน
ถาม: Bsunink มีบริการรับถึงบ้านไหม
ตอบ: ฟรีรับถึงบ้านในกรุงเทพและปริมณฑล ส่งฟรีทางไปรษณีย์ต่างจังหวัดเมื่อมีตลับเริ่ม 10 ชิ้น
ถาม: ออกใบรับรองรีไซเคิลให้ไหม
ตอบ: ออกให้ทุกการรับซื้อ ใช้ในการคำนวณ CSR สำหรับลูกค้าองค์กรได้ ตามมาตรฐาน ISO 14001